Skip to content Skip to footer

บริษัทต้องทำประกันกลุ่มให้พนักงานหรือไม่?

“เรียนรู้เหตุผลที่บริษัทควรทำประกันกลุ่มให้พนักงาน พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างจากประกันสังคม ประโยชน์ต่อองค์กรและพนักงาน”

การจัดสวัสดิการประกันกลุ่มให้พนักงานเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่หลายบริษัทเลือกจัดให้เพื่อดูแลพนักงาน แม้ว่าตามกฎหมายไม่ได้บังคับให้บริษัทต้องจัดทำ แต่การมีประกันสุขภาพเป็นสวัสดิการจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ทั้งพนักงานและองค์กร มาดูกันว่าทำไมบริษัทควรพิจารณาทำประกันกลุ่มให้พนักงาน

ประกันกลุ่มคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร?

หลายครั้งที่พนักงานในองค์กรต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุระหว่างการทำงาน การมีประกันกลุ่มจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยให้พนักงานมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลยามเจ็บป่วย และช่วยให้องค์กรบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาทำความเข้าใจกันว่าประกันกลุ่มคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร

ประกันกลุ่มคือการทำประกันให้กับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งภายใต้กรมธรรม์เดียวกัน โดยให้ความคุ้มครองทั้งด้านสุขภาพและชีวิต เป็นการรวมกลุ่มเพื่อทำประกันกับโบรคเกอร์ประกันภัยซึ่งจะได้เบี้ยประกันที่ถูกกว่าการทำแบบรายบุคคล มีประโยชน์หลายประการดังนี้:

  • ประโยชน์ต่อพนักงาน
    • ลดภาระค่ารักษาพยาบาล
    • เข้าถึงการรักษาได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
    • มีความมั่นคงด้านสุขภาพ
    • ได้รับการดูแลครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ
  • ประโยชน์ต่อองค์กร
    • นำค่าเบี้ยประกันจากบริษัทประกันไปเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
    • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร
    • เพิ่มความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
    • ลดอัตราการลาออกของพนักงาน

จำเป็นต้องทำประกันกลุ่มให้พนักงานหรือไม่?

ตามกฎหมายแรงงานไทย บริษัทไม่มีข้อบังคับที่ต้องจัดทำประกันกลุ่มให้กับพนักงาน เนื่องจากพนักงานทุกคนจะได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐานจากประกันสังคมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมให้พนักงานมีข้อดีหลายประการที่องค์กรควรพิจารณา

  1. เสริมความคุ้มครองจากประกันสังคม การทำประกันกลุ่มช่วยเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้สูงกว่าสิทธิประกันสังคมหลายเท่า ทำให้พนักงานมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายขึ้น สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้ และครอบคลุมการรักษาที่ซับซ้อนหรือมีค่าใช้จ่ายสูงที่อาจเกินวงเงินประกันสังคม
  2. สร้างความมั่นคงให้พนักงาน พนักงานจะรู้สึกอุ่นใจและมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันทีที่เจ็บป่วยโดยไม่ต้องรอคิวนาน อีกทั้งยังเป็นหลักประกันที่ดีให้กับครอบครัว ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยรวม
  3. เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สวัสดิการด้านประกันกลุ่มถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้เข้ามาร่วมงานกับองค์กร ช่วยรักษาพนักงานที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรว่าเป็นนายจ้างที่ใส่ใจดูแลพนักงาน ส่งผลดีต่อการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

ความคุ้มครองที่ควรมีในประกันกลุ่ม

การเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการทำประกันกลุ่ม เพราะนอกจากจะต้องให้การดูแลพนักงานได้อย่างครอบคลุมแล้ว ยังต้องสอดคล้องกับงบประมาณขององค์กรด้วย มาดูกันว่าความคุ้มครองพื้นฐานที่ควรมีในประกันกลุ่มมีอะไรบ้าง

การทำประกันสุขภาพที่ดีควรครอบคลุมความคุ้มครองจากโบรคเกอร์ประกันภัยดังนี้

1. การรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)

  • ค่าห้องและค่าอาหาร
  • ค่าแพทย์ตรวจรักษา
  • ค่าผ่าตัดและหัตถการ
  • ค่ายาและเวชภัณฑ์
  • ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน

2. การรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)

  • ค่าตรวจรักษาทั่วไป
  • ค่ายาและเวชภัณฑ์
  • ค่าตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ
  • ค่าเอ็กซเรย์และตรวจพิเศษ

3. ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม

  • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
  • เงินชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ
  • ค่าสินไหมกรณีเสียชีวิต

4. สวัสดิการเพิ่มเติม

  • ค่าทันตกรรม
  • ค่าคลอดบุตร
  • ค่าแว่นสายตา
  • การตรวจสุขภาพประจำปี

เปรียบเทียบประกันสังคมและประกันกลุ่ม ต่างกันอย่างไร?

การเลือกความคุ้มครองประกันสุขภาพที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลพนักงาน องค์กรส่วนใหญ่มักมีทั้งประกันสังคมตามกฎหมายและประกันกลุ่มเสริม ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน มาดูการเปรียบเทียบที่ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างและประโยชน์ของประกันแต่ละประเภท

  • มุมมองขององค์กร:

    • ประกันสังคม องค์กรต้องจ่ายให้พนักงานตามกฎหมาย โดยมีค่าใช้จ่ายคงที่ตามฐานเงินเดือนและไม่สามารถต่อรองสิทธิประโยชน์ใดๆ ได้
    • ส่วนประกันกลุ่ม เป็นตัวเลือกที่องค์กรสามารถเลือกทำเพิ่มเติมได้ ค่าใช้จ่ายขึ้นกับความคุ้มครองที่เลือก อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งแผนความคุ้มครองได้
  • มุมมองของพนักงาน:
    • ประกันสังคม จะให้สิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมทุกคน ใช้บริการได้เฉพาะสถานพยาบาลที่กำหนด และมีการคุ้มครองต่อเนื่องแม้จะลาออกจากบริษัทหรือเปลี่ยนงานแล้ว
    • ส่วนประกันกลุ่ม สิทธิประโยชน์อาจแตกต่างตามระดับค่าเบี้ยประกันที่เลือก สามารถเลือกสถานพยาบาลได้อิสระกว่า แต่จะสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อลาออกจากบริษัท

สรุป

การทำประกันกลุ่มถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับองค์กร แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ผลตอบแทนที่ได้ทั้งในแง่ของการดูแลพนักงานและภาพลักษณ์องค์กรนั้นคุ้มค่า การมีประกันสุขภาพที่ดีจะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมั่นใจ มีความผูกพันกับองค์กร และช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพได้ในระยะยาว

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

  • ประกันสุขภาพ
  • บริษัทประกัน
  • ประกันกลุ่ม
  • โบรคเกอร์ประกันภัย
  • ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม